Archive for November, 2016

ครีมรักษาฝ้า ช่วงนี้แดดเปรี้ยงมาก จนแทบจะลมจับทุกทีเมื่อออกไปเดินกลางแจ้ง และแดดจัดแบบนี้ก็ส่งผลเสียกับผิวไม่น้อย โดยเฉพาะเมื่อเม็ดสีผิวหรือเม็ดสีเมลานินทำงานมากเกินไป เนื่องมาจากเจ้าเม็ดสีเมลานินนั้นมีหน้าที่กรองรังสียูวี เมื่อผิวได้รับแสงแดดมากขึ้น เมลานินก็จะถูกผลิตออกมามากขึ้นตามไปด้วย แล้วก็อาจมีข้ออบกพร่องในการกรองรังสียูวี ทำให้รังสีที่มีผลต่อการเกิด ฝ้า คือ รังสี UVA เข้าไปสามารถทำลายผิวได้ลึก จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเมื่อตากแดดนานๆ แล้วผิวถึงคล้ำเสีย และเกิดฝ้าได้ รวมไปถึงฮอร์โมนและกรรมพันธุ์ ก็เป็นสาเหตุของการเกิดฝ้าได้เช่นกัน ครีมรักษาฝ้า.

%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%9d%e0%b9%89%e0%b8%b2

ครีมรักษาฝ้า วิธีการรักษา ฝ้า ด้วยธรรมชาติ

ว่านหางจระเข้

1. สูตรว่านหางจระเข้

ว่านหางจระเข้ ถือเป็นสมุนไพรใช้รักษาแผล ยอดนิยมมากๆ วิธีหนึ่ง โดยวิธีรักษาฝ้าแบบธรรมชาติ ให้คุณใช้ว่านหางจระเข้ 1 ใบใหญ่ (เลือกใบล่างๆ แบบที่แก่แล้ว) นำไปแช่น้ำประมาณ 10 นาที จากนั้นก็ปอกเปลือกออกและล้างให้สะอาด นำไปปั่นหรือบดก็ได้ตามถนัด แล้วจึงนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที โดยสูตรนี้หากทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ก็จะช่วยให้ฝ้าหายได้ไวยิ่งขึ้น

หัวไชเท้า

2. สูตรหัวไชเท้า

หัวไชเท้า สามารถนำมาทำเป็นสูตรรักษาฝ้าได้ โดยคุณสามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่นำหัวไชเท้าบดหยาบๆ มาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 10-20 นาที (แล้วแต่สภาพหน้าของแต่ละคนว่ารับได้แค่ไหน ส่วนคนที่มีผิวแพ้ง่ายไม่ควรใช้สูตรนี้) แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น

ทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง หรือวันเว้นวัน ก็จะช่วยลดฝ้าทำให้ฝ้าดูจางลงได้มากเลยทีเดียว และนอกจากจะช่วยลดฝ้าได้แล้วหัวไชเท้ายังมีสรรพคุณช่วยลดริ้วรอยต่างๆ และทำให้หน้ากระจ่างใสขึ้นได้อีกด้วย แต่หลังจากล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นแล้ว ก็ให้กระชับรูขุมขนด้วยโทนเนอร์หรือน้ำเย็นเพื่อป้องกันไม่ให้รูขุมขนกว้างด้วยล่ะ

มะขามเปียก

3. สูตรมะขามเปียก

อีกหนึ่งวิธีรักษาฝ้าด้วยสมุนไพร ให้คุณนำเนื้อมะขามเปียกมาพอกหรือทาบางๆ บริเวณผิวที่เป็นรอยฝ้า ทิ้งไว้ประมาณ 3-5 นาที แล้วล้างออก วิธีนี้จะช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าทำให้รอยฝ้าดูจางลงและยังช่วยลดรอยด่างดำได้ด้วย แต่ถ้าที่บ้านคุณไม่มีมะขามเปียก ก็อาจเลือกใช้เป็นน้ำมะนาวหรือน้ำมะกรูดแทนก็ได้

ใบบัวบกครีมรักษาฝ้า

4. สูตรใบบัวบก

สมุนไพร รักษาฝ้า อีกสูตร ซึ่งจากการวิจัยพบว่าใบบัวบกนั้นมีสรรพคุณในการช่วยรักษาอาการของโรคผิวหนังได้ โดยเฉพาะฝ้า กระ และสิว วิธีใช้ก็ไม่ยาก เพียงแค่นำมาปั่นแล้วใช้น้ำใบบัวบกมาเช็ดหน้าแทนการใช้โทนเนอร์ก่อนนอนทุกวัน เพียงเท่านี้รอยฝ้าต่างๆ ก็จะค่อยๆ จางลง เหลือไว้แต่เพียงหน้าอันขาวเนียนสดใส

ไข่

5. สูตรไข่ขาว

อาจจะมีกลิ่นคาวสักหน่อย เพียงแค่นำไข่ขาวบริเวณรอบๆ ไข่แดง (เฉพาะไข่ขาว) มาทาบางๆ ให้ทั่วบริเวณที่เป็น ฝ้า ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที ไข่ขาวจะช่วยดูดซับรอยฝ้าและสิ่งสกปรกให้หมดไปจากใบหน้าของคุณได้

น้ำส้มสายชูครีมรักษาฝ้า

6.สูตรน้ำส้มสายชูจากผลแอปเปิ้ล
ใครจะรู้ว่าน้ำส้มสายชูจากผลแอปเปิ้ลจะมีประโยชน์ในด้านการช่วยดูแลผิวพรรณได้ตั้งแต่หัวจรดเท้า เนื่องจากในน้ำส้มสายชูนั้นมีฤทธิ์กรด จึงช่วยทำให้ผิวดูกระจ่างใสและเนียนนุ่มขึ้นได้ เพียงแค่คุณนำมันมาผสมกับน้ำเปล่าเล็กน้อย แล้วใช้สำลีชุบและเช็ดให้ทั่วใบหน้า รอจนแห้วแล้วจึงล้างออก

ผิว

7. บำรุงจากภายในสู่ภายนอก

นอกจากการรักษาด้วยวิธีต่างๆ ในระหว่างการรักษาเราสามารถดูแลตัวเองจากภายในได้โดยการรับประทานทานอาหารที่มีส่วนผสมของวิตามินเอ วิตามินซี และวิตามินอี ที่เป็นตัวช่วยทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ ฝ้า ขยายตัวใหญ่ขึ้นนั่นเอง

อันที่จริงแล้ว ก่อนจะไปถึงการรักษา การป้องกันเป็นเรื่องสำคัญที่สุด คุณควรเริ่มต้นจากการหลีกเลี่ยงแสงแดด ถ้าหากต้องเผชิญแสงแดดก็ควรแต่งกายแบบไม่เผยผิวพร้อมกับทาครีมกันแดดเพื่อป้องกันผิวจากรังสียูสี โดยเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF30 ขึ้นไป และต้องเป็นแบบ PA+++ ด้วย ถึงจะช่วยปกป้องผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ถ้าต้องอยู่ภายใต้แสงแดดตลอดทั้งวัน คุณอาจเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงมากกว่านี้ แต่ให้หมั่นทาครีมกันแดดบ่อยๆ อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าครีมกันแดดยังมีประสิทธิภาพดีพอต่อการป้องกันแสงแดด

นอกจากนี้คุณควรสังเกตตัวเองด้วยว่าเรารับประทานยาอะไรที่เสี่ยงต่อการเกิด ฝ้า หรือเปล่า เช่น ยาคุมกำเนิด ใช้เครื่องสำอางอะไรแล้วแพ้จนเป็นรอยคล้ายฝ้าหรือไม่ ครีมรักษาฝ้า.

วิธีลดน้ําหนักแบบธรรมชาติ การลดน้ำหนักนั้นไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ในวันสองวัน การลดน้ำหนักที่ดีนั้นจะต้องมีการระบุวิธีที่เราจะใช้เพื่อลดไขมันในร่างกายออกไปให้ได้มากที่สุด เปลี่ยนจากไขมันเป็นกล้ามเนื้อให้ได้ มาดูวิธีลดน้ำหนักอย่างได้ผลที่ผมได้เตรียมไว้ให้กันดีกว่าว่ามีอะไรน่าสนใจกันบ้าง

%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b9%8d%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%8a

วิธีลดน้ําหนักแบบธรรมชาติ วางแผนการลดน้ำหนักที่ดี

วิธีการลดน้ำหนักที่ดีนั้น เราควรมีการวางแผนการลดด้วย ว่าเราจะลดด้วยวิธีไหน เป็นเวลากี่วัน จะทำอะไรวันไหนบ้าง จะกินหรือไม่กินอะไรบ้าง เขียนออกมาเป็นลายลักษณ์อักษรเลย เพื่อให้เราจดจำได้ว่าต้องทำอะไรบ้าง เป็นการเพิ่มความตั้งใจในการลดน้ำหนักของเราได้เป็นอย่างดี

ตั้งเป้าหมาย และสร้างแรงจูงใจในการลดน้ำหนัก

กำหนดเป้าหมายเลยว่าเราจะลดให้ได้ภายในกี่สัปดาห์ กี่เดือน กี่ปี กำหนดเป็นวันที่ได้เลยยิ่งดี และเราควรสร้างแรงจูงใจด้วยว่าเราจะลดน้ำหนักไปเพื่ออะไร เพื่อตอนรับปริญญาจะได้ถ่ายรูปสวย เพื่อแต่งงาน เพื่อหาแฟน การตั้งเป้าหมายและสร้างแรงจูงใจในการลดน้ำหนัก จะทำให้เราเดินไปตามแผนที่เราวางไว้ได้อย่างมั่นคง ไม่วอกแวก ไม่หลุดฟอร์มได้ง่าย

ควบคุมอาหาร ลดแป้ง เพิ่มเนื้อแทน

การควบคุมการกินอาหารเป็นเบสิคของการลดน้ำหนักอยู่แล้ว การลดอาหารที่มีแป้งและน้ำตาลเยอะๆ แล้วกินอาหารพวกเนื้อให้มากขึ้น แต่ไม่ใช่ว่าให้กินเนื้อมันๆนะครับ เนื้อที่ว่าก็ควรเป็นเนื้อที่ย่อยง่าย ไขมันน้อย เช่น เนื้อปลา เนื้อที่ไม่ติดมัน เพราะการกินอาหารพวกโปรตีนจะช่วยให้เราอิ่มท้อง และช่วยในเรื่องการเผาผลาญพลังงานในร่างกายให้ดีขึ้นได้ ที่สำคัญอย่าลืมกินผักและผลไม้ควบคู่กันไปด้วยนะครับ จะได้รับวิตามินและแร่ธาตุที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการลดน้ำหนักให้ดีขึ้นวิธีลดน้ําหนักแบบธรรมชาติ
กินอาหารให้ตรงเวลา อย่ากินจุกกินจิก

การกินอาหารให้ตรงเวลาสามารถช่วยลดน้ำหนักได้ดีมาก คือเรากินเวลาไหนก็ให้กินเวลานั้นเป็นประจำ และการกินแต่ละครั้งให้กินให้อิ่มไปเลย เพื่อจะได้ไม่ต้องหิวก่อนเวลากินอาหารครั้งต่อไป แล้วก็อดกินขนมโน่นนี่นั่นไม่ได้ สุดท้ายน้ำหนักก็ไม่ลดลงสักที

ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอวิธีลดน้ําหนักแบบธรรมชาติ

การออกกำลังกายเป็นวิธีที่ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าช่วยลดน้ำหนักได้ดีที่สุด แต่ก็ไม่ค่อยจะทำกัน แล้วก็ไปสรรหาพวกอาหาร diet อาหารเสริม มากินกันซึ่งไม่ได้ช่วยให้น้ำหนักลดได้จริงหรอกครับ ออกกำลังกายกันเถอะครับดีที่สุด ออกยังไงก็ได้ที่ทำให้เราได้มีการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาสัก 30-60 นาที ซึ่งสามารถช่วยเผาผลาญไขมันที่พุงของเราได้ดีที่สุด

จดอาหารที่กินไว้ในสมุดบันทึกประจำวัน

ในทุกๆวันให้เราจดเมนูอาหารที่เรากินเข้าไป และทำการระบุแคลลอรี่ในอาหารแต่ละจานด้วยว่าเป้นเท่าไร เพื่อให้เราได้รู้ว่าเรารับแคลลอรี่เข้าตัวไปเท่าไร แล้วควรจะทำยังมันถึงจะออกไปได้หมดโดยไม่เหลือเป็นไขมันไว้ที่ตัวเรา และเป็นการกระตุ้นจิตใต้สำนึกเราให้เรากินน้อยลงเมื่อเห็นจำนวนแคลลอรี่ที่สูงในสมุดบันทึก

สุดท้ายเราต้องประเมินตัวเองในระหว่างที่เราลดน้ำหนักด้วยว่า เราทำได้ตามแผนที่วางไว้หรือเปล่า แล้วน้ำหนักของเราลดลงอย่างที่เราตั้งใจไว้หรือเปล่า เพื่อจะได้ใช้เป็นข้อมูลในการปรับเปลี่ยนวิธีลดน้ำหนักต่อไป หากวิธีที่คิดไว้ไม่ค่อยได้ผล ทำแบบนี้ให้เป็นเรื่องปกติของชีวิต เดี๋ยวเราก็จะชินไปเองแล้วเราก็จะทำให้สำเร็จได้อย่างง่ายวิธีลดน้ําหนักแบบธรรมชาติ.

ครีมลดริ้วรอย โครงสร้างผิวและสารต่างๆ ภายในผิวเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เราจะมองเห็นในรูปแบบของริ้วรอยและรอยเหี่ยวย่น ครีมลดริ้วรอย.

%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2

ครีมลดริ้วรอย ริ้วรอยมักเกิดขึ้นเป็นแห่งแรกรอบๆ บริเวณดวงตา
เมื่ออายุมากขึ้น สารสำคัญที่ร่างกายเคยสามารถผลิตในปริมาณที่พอเพียงก็เริ่มจำนวนลดลง ไม่ว่าจะเป็นคอลลาเจน อิลาสติน และกรดไฮยาลูรอน ที่ทำให้ผิวหนังแลดูเต่งตึง ชุ่มชื้น เมื่อมีอายุมากขึ้นร่างกายสามารถผลิตคอลลาเจนได้น้อยลงประมาณปีละ 1% ทำให้ความยืดหยุ่นของผิวมีคุณภาพลดลง ผิวจึงมีอาการหย่อนคล้อยและเกิดริ้วรอยบนจุดต่างๆ บนใบหน้า นอกจากนั้น กรดไฮยาลูรอนที่ร่างกายสามารถผลิตได้น้อยลงทำให้โครงสร้างของชั้นผิวหนังหลวมขึ้น เซลล์ไม่อุ้มน้ำและเกาะกันแน่นเหมือนเคย ทำให้เกิดริ้วรอยบนใบหน้าตามจุดต่างๆครีมลดริ้วรอย
ต่างจากผิวหนังที่หย่อนคล้อยหรือขาดความหนาแน่นใต้ชั้นผิว ริ้วรอยและรอยเหี่ยวย่นเป็นสิ่งที่สามารถสังเกตเห็นได้ง่ายกว่า และมักจะเกิดขึ้นในบริเวณเฉพาะบนใบหน้า

ริ้วรอยบริเวณหน้าผาก ริ้วรอยบนหน้าผากและหว่างคิ้วส่วนหนึ่งเกิดขึ้นจากการแสดงสีหน้าต่างๆ และเมื่อเวลาผ่านไปมักจะมีร่องลึกขึ้นเรื่อยๆ

ริ้วรอยหางตา หรือ ตีนกา มักเริ่มเป็นริ้วรอยบางๆ และตื้นๆ ก่อน แล้วจึงค่อยๆ ลึกขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป ตีนกามักเป็นริ้วรอยแรกๆ ที่เราเริ่มสังเกตเห็นเพราะผิวหนังบริเวณรอบดวงตาบอบบางกว่าบริเวณอื่นบนใบหน้าและมักเกิดริ้วรอยได้ง่ายกว่า

ริ้วรอยบริเวณมุมปากและจมูก ริ้วรอยบริเวณนี้มักจะสัมพันธ์กับการสูญเสียวอลุ่มใต้ชั้นผิวและผิวที่หย่อนคล้อยครีมลดริ้วรอย

ริ้วรอยทั่วใบหน้า ริ้วรอยเล็กๆ เริ่มก่อตัวขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป ริ้วรอยเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นแต่เพียงเวลาเราแสดงสีหน้าเท่านั้น แต่สามารถมองเห็นได้ตลอดเวลาแม้เวลาเราทำหน้าเฉยๆ การยืดหยุ่นของผิวและความหนาแน่นของผิวที่ลดลงเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดริ้วรอยเหล่านี้ซึ่งมักอยู่ทั่วใบหน้า แต่สังเกตเห็นได้ง่ายที่สุดบริเวณรอบๆ ดวงตาโดยเฉพาะบริเวณใต้ตา ครีมลดริ้วรอย.

ลดสะโพก ต้นขา การที่คนเราอยากมี สะโพกที่เล็กหรือใหญ่ นั้น เป็นความชอบของคนเราแตกต่างกัน โดยปกติแล้ว ธรรมชาติสร้างสรรค์ร่างกายหรือ สรีระคนเรามาตามแต่พันธุกรรม แต่เรื่องความสวยงามหรือร่างกายสมส่วนดูดี เป็นสิ่งที่ใครๆ ก็อยากได้ หรือปรารถนา ลดสะโพก ต้นขา.

%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%9e%e0%b8%81-%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b2

ลดสะโพก ต้นขา รูปร่างหรืออวัยวะที่สาวๆ หลายคนอยากจะออกมาให้ดูดีนั้นมีหลากหลายหรือเรียกว่าทุกส่วน แต่ก็มีจุดที่น่าสนใจที่หลายคนมักจะพูดถึงกันนั่นก็คือสะโพก บางคนอาจจะใหญ่หรือว่าเล็กก็ตามแต่ความชอบ หลายคนบอกว่า สะโพกใหญ่ๆ ก็ดี ซึ่งมีข้อดี คือ

ใส่กางเกงยีนส์ได้สวย ดูดี ทำให้เกิดเป็นจุดเด่นของสรีระเมื่อมองโดยทั่วไปได้
ทำให้เพศตรงข้ามสนใจ หลายคนอยากสะโพกใหญ่เพราะเหตุผลเหล่านี้
แต่ในอีกหลายๆ คนก็บอกว่า สะโพกใหญ่เกินไป คนอื่นอาจจะชอบ แต่ตัวเองอยากหา วิธีลดสะโพกให้เล็กลง เพราะ ข้อเสียของการมีสะโพกใหญ่ ก็คือ การเลือกเสื้อผ้าหรือกางเกง สวมใส่ลำบาก หรืออาจจะอึดอัด แน่นจนเกินไปลดสะโพก ต้นขา

แล้วเราจะหาวิธีลดสะโพกให้เล็กลงได้อย่างไร? มีหลากหลายวิธีที่ใช้ได้ ซึ่งโดยทั่วไปจะใช้วิธีการเหล่านี้ ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าได้ผลจริงๆด้วย

ออกกำลังกายลดสะโพก
ออกกำลังกายลดสะโพก ท่าบริหารร่างกาย ลดสะโพกได้ดีทีเดียว หากท่านออกกำลังโดยใช้ส่วนของสะโพก ทำให้เกิดการกระชับมากขึ้น อยากแนะนำวิธีนี้เป็นอันดับแรก ออกกำลังกาย ได้ผลดี ค่าใช้จ่ายไม่เยอะ แต่ต้องใช้เรื่องของเวลาละความตั้งใจมากกว่าแนวทางอื่นๆ การวิ่งในลู่วิ่ง หรือการวิ่งแบบเขย่งหรือยกเท้าขึ้นลงแบบคันโยก อย่างในสยามเด็กเล่นก็สามารถที่จะช่วยได้เยอะลดสะโพก ต้นขา

สำหรับคนที่เล่นโยคะ ก็สามารถช่วยได้หากไม่สามารถที่จะออกกำลังกายแบบหนักหน่วงได้ สำหรับคนที่ไม่มีเวลาออกกำลังกายตามศูนย์ออกกำลังกาย ทำที่บ้านก็ได้นะ การนั่งยกขาสลับไปมาช่วยได้เยอะ
ไดเอทหน้าเรียว

วิธีการควบคุมอาหาร แน่นอนที่สุดเลยคือเรื่องของแป้งและไขมัน หากเพื่อนๆลองสังเกตนะว่าหากเราทานอาหารจำพวกแป้งมากเกินไป อาจจะทำให้เราเพิ่มสะโพกไปในตัว นั่นคือเราอ้วนขึ้นนั่นเอง ดังนั้น การควบคุมอาหารประเภทแป้งคืออีกแนวทางหนึ่ง ต้องเข้าใจก่อนนะว่าการควบคุมไม่ใช่การอดอาหาร แนวทางนี้จะได้ผลมากยิ่งขึ้นหากทำร่วมกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
ผ่าตัดศัลยกรรมสะโพก

วิธีการผ่าตัดหรือศัลยกรรม ให้ออกมาดูดี แนวทางนี้ง่ายที่สุด ได้ผลเร็วที่สุด แต่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเยอะที่สุดนั่นเอง เหมาะสำหรับคนที่ต้องการแบบเร่งด่วนหรือว่ามีเงินใช้สำหรับความสวยความงามเยอะ อยากพวกดาราหรือ ศิลปินที่มีชื่อเสียงที่มักจะทำแบบนี้เพื่อให้ทุกอย่างสมบูรณ์แบบนั่นเพราะส่งผลต่องานของตัวเองที่จะเข้ามาเรื่อยๆ
คุณล่ะเป็นอย่างไรบ้างเรื่องของสะโพก ที่อยากให้ใหญ่หรือเล็ก อยากที่จะสวยงามเหมือนนางแบบหรือเปล่า แม้คุณจะไม่ได้เป็นคนดัง มีชื่อเสียง หรือทำเพื่องาน แต่เชื่อว่าเรื่องเหล่านี้สาวๆ ยอมกันไม่ได้แน่นอนลดสะโพก ต้นขา.

อาหารลดหน้าท้อง พุงพะโล้เป็นสิ่งที่สาวๆ หลายคนไม่อยากมีแน่นอน เพราะทำให้เราใส่เสื้อผ้าชุดไหนก็ไม่สวย โดยเฉพาะชุดที่รัดรูปทำให้ไม่สามารถโชว์หน้าท้องแบนราบหรืออวดสัดส่วนได้รูปอย่างใจได้ อาหารลดหน้าท้อง.

%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87

อาหารลดหน้าท้อง วันนี้สาวคนไหนกำลังมองหาวิธีพิชิตหน้าท้องให้แบนราบ แก้วใสมีเทคนิคกินอาหารลดหน้าท้องมาฝากแล้วค่ะ กับ 8 สุดยอดอาหารสลายพุงดังนี้

หน้าท้องแบนราบกับ 8 สุดยอดอาหารสลายพุง

1.กินผลไม้รสเปรี้ยว
เนื่องจากผลไม้รสเปรี้ยวมีวิตามินซีสูงเป็นผลดีต่อการช่วยย่อยและการดูดซึมสารอาหาร กระตุ้นระบบเผาผลาญให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าผลไม้ชนิดอื่นๆ ได้ สำหรับผลไม้รสเปรี้ยวที่มีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญไขมันได้อย่างดีเยี่ยมที่สุดก็คือ ส้ม มะนาวผิวเหลือง (Lemon) มะนาว (Lime) ส้มจีน (Tangerine) และกีวี พร้อมกันนี้ เมื่อสาวๆ เริ่มลดน้ำหนักก็สามารถหันมากินผลไม้รสเปรี้ยวไปพร้อมกับผลไม้ชนิดอื่นที่มีคุณสมบัติช่วยลดน้ำหนักได้ดีเช่นกัน ซึ่งได้แก่ สับปะรด แตงโม องุ่น ส้มและแอปเปิ้ล เป็นต้น

2.ผักหลากชนิด
ผักต่างๆ ล้วนมีเกลือแร่และให้แคลอรีต่ำ แต่อุดมด้วยใยอาหารสูง เช่น บล็อกโคลี คะน้า ผักบุ้ง กะหล่ำปลี ผักโขม ถั่วและมะเขือเทศ เป็นต้น ผักเหล่านี้นอกจากวิตามิน แร่ธาตุสูงแล้ว ยังไร้ไขมันอีกด้วย แต่หากนำมาประกอบอาหารไม่ควรใช้น้ำมันที่ทำให้อ้วน อาจจะใช้น้ำมันมะกอกหรือน้ำมันดอกทานตะวันในการผัดปรุงอาหารเพียงเล็กน้อยก็พอค่ะ เพราะน้ำมันเหล่านี้เป็นไขมันประเภทไม่อิ่มตัว กินแล้วไม่ทำให้อ้วนง่ายนั่นเอง และที่สำคัญการกินอาหารที่มีไขมันดีบ้างจะช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมสารอาหารได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

หน้าท้องแบนราบกับ 8 สุดยอดอาหารสลายพุง

3.ข้าวโอ๊ต
เป็นอาหารที่ให้คาร์โบไฮเดรตบางชนิดที่ร่างกายจำเป็นต้องได้รับ ให้พลังงานแต่ไม่ทำให้อ้วน เพราะมีไฟเบอร์สูง กินแล้วจึงช่วยให้รู้สึกอิ่มท้องนานและแก้ปัญหาท้องผูกได้ด้วย

4.ปลาอาหารลดหน้าท้อง
ปลาทะเลต่างๆ เช่น ทูน่า แซลมอนและแมคคาเรล เป็นต้น ล้วนเปี่ยมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า-3 ที่มีประโยชน์ มีโปรตีนและแคลอรีต่ำ ทานเป็นประจำดีต่อสมองและหัวใจ แถมยังช่วยเผาผลาญไขมันหน้าท้องได้ด้วยนะคะ

หน้าท้องแบนราบกับ 8 สุดยอดอาหารสลายพุง

5.ถั่ว
เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่าถั่วเป็นเมล็ดพืชจากธรรมชาติที่มีสารอาหารดีๆ ต่อร่างกายหลายด้าน มีไฟเบอร์ที่ละลายน้ำได้ ทำให้เราอิ่มท้องนานและควบคุมอาการหิวโหยได้ดี ไม่ว่าจะเป็นวอลนัทหรือเมล็ดอัลมอนด์ กินเพียงวันละ 1 กำมือยามท้องว่าง รับรองแก้อาการหิวจุบจิบได้ดีสุดๆ

6.ถั่ว Pulses และถั่วดาล (Dals)
เป็นถั่วที่มีกรดอะมิโนที่ดีต่อสุขภาพ ที่สำคัญไขมันต่ำไม่ทำลายสุขภาพอีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีถั่วงอกที่เหมาะสมกับการนำมาทำอาหารทานเพื่อสุขภาพเป็นประจำ

หน้าท้องแบนราบกับ 8 สุดยอดอาหารสลายพุง

7.ไข่อาหารลดหน้าท้อง
อาหารที่หากินง่าย ได้ประโยชน์จากโปรตีนสูง แถมยังมีแคลอรีต่ำแต่ให้พลังงานที่ดีต่อร่างกาย และยังช่วยกระตุ้นให้ระบบเผาผลาญพลังงานทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้นด้วย

8.น้ำเปล่า
หากอยากให้หน้าท้องแบนราบ ป้องกันไขมันเข้ามาสะสมภายในร่างกาย แนะนำให้สาวๆ หมั่นจิบน้ำบ่อยๆ ค่ะ เพราะมันจะช่วยควบคุมความหิว ทำให้เรากินมื้อหลักเพียงน้อยนิดก็อิ่มได้ง่ายแล้ว

อยากมีหน้าท้องแบนราบ อย่าลืมหันมากินสุดยอดอาหารเพื่อสุขภาพ 8 อย่างดังที่แก้วใสแนะนำกันนะคะ แล้วคุณจะมีทั้งสุขภาพดีและมีหน้าท้องสวยเซ็กซี่ในแบบที่ต้องการแน่นอน อาหารลดหน้าท้อง.

วิธีรักษาสิวผด การหลีกเลี่ยงสิวผดนั้น หมอแนะนำว่า อย่าไปตากแดดเวลาแดดจัดๆ ถ้าร้อนให้ล้างหน้า แต่บางคนหน้าไวต่อน้ำทำให้เกิดผดผื่นได้ เช่น แพ้น้ำประปา หมอก็จะแนะนำให้ใช้น้ำดื่มล้างหน้า แต่ไม่ใช่ทุกคนวิธีรักษาสิวผด.

%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%9c%e0%b8%94

วิธีรักษาสิวผด หมอจะไม่ให้ยาสำหรับคนเป็นผิวผดถ้าไม่มีการอักเสบ แต่หากหน้าเห่อมาก เช่น ในรายที่แพ้เครื่องสำอาง จะให้ทาพวกยาสเตียรอยด์ (Steroid) แต่ต้องให้ในปริมาณน้อยๆและในระยะเวลาอันสั้น หมออยากให้ใช้สเตียรอยด์น้อยที่สุด เพราะพอใช้ไปในปริมาณมาก และเป็นเวลานาน สเตียรอยด์จะทำให้เกิดผลข้างเคียงเยอะ คือ ทำให้หลอดเลือดขยาย หน้าจะแดง แพ้ง่าย ผิวจะบางลง

ลองสังเกตดูก็ได้ใช้ยาสเตียรอยด์ในช่วงแรกๆหน้าจะขาวใสไร้สิว มักใช้ผสมในครีมรักษาฝ้า แต่พอใช้ไปนานๆ จะเกิดการติดยาสเตียรอยด์ หากไม่ใช้สิวก็จะเห่อขึ้นเต็มหน้า รักษายาก เรียกว่า สิวสเตียรอยด์” คุณหมอแนะให้พึงระวังการใช้สเตียรอยด์รักษาสิวผดพร่ำเพรื่อ

ระดมยารักษาสิวผด! วิธีรักษาสิวผด

– สามารถใช้ยาทาในกลุ่ม Benzoyl peroxide และทายากรดวิตามินเอ แต่ข้อเสียของยาทั้งสองชนิดนี้คือ เกิดการระคายเคืองง่าย อาจทำให้หน้าแดงเห่อได้ แต่คนที่ไม่แพ้ก็สามารถใช้ยาสองตัวนี้ได้ซึ่งการทายา Benzoyl peroxide ควรเริ่มทาจากความเข้มข้นต่ำ คือ จาก 2.5% โดยทาทิ้งไว้ประมาณ 5-20 นาที แล้วล้างออก วันละ 1-2 ครั้ง ขึ้นอยู่กับผิวหน้าแต่ละคนด้วย ถ้าไม่มีปัญหาอะไรค่อยเพิ่มความเข้มข้นของยาเป็น 5%

– ส่วนยาทากรด ให้เริ่มทายาจากความเข้มข้นต่ำ คือ 0.0125% หรือ 0.025% ก่อน แล้วค่อยๆ เพิ่มความเข้มข้นเป็น 0.05% และต้องทาก่อนนอนเท่านั้น ไม่ควรทาในเวลากลางวันเพราะอาจเกิดอาการแพ้แดดได้ แต่สำหรับคนที่ไม่สามารถใช้ยาประเภท Benzoyl peroxide ให้เลี่ยงไปใช้ยารักษาตัวอื่นที่ไม่ระคายเคือง เช่น ครีมหรือแป้งน้ำรักษาสิวที่มีส่วนผสมของ Resorcinol

– ยารักษาสิวผดที่นิยมมี 2 ตัว คือ ครีมที่มีส่วนผสมของ Selenium Sulfide และ Ketoconazole Creamโดยมากนิยมใช้ Selenium Sulfide ทาทิ้งไว้แล้วล้างออก วันละ 2 ครั้ง และทา Ketoconazole Cream ก่อนนอนสำหรับคนที่มีเม็ดสิวผดเป็นจำนวนมาก อาจรับประทาน Ketconazole ร่วมด้วย แต่โดยมากมักไม่จำเป็นถึงขนาดต้องรับประทานยานอกจากการทายารักษาแล้ว ควรหลีกเลี่ยงปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดสิวผดมากขึ้น ได้แก่ ความเครียด นอนดึก และแสงแดด

*ฝากทิปส์หนีสิวผดวิธีรักษาสิวผด

-นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ การนอนไม่หลับ และความเครียดเป็นสาเหตุของการเกิดสิว

เนื่องจากร่างกายเราอ่อนแอนั่นเอง

-ทานอาหารจำพวกผัก ทำให้สามารถล้างพิษออกจากร่างกายได้ และยังมีวิตามินช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรงอีกด้วย

-ลดการรบกวนต่อผิวหน้าให้น้อยที่สุด

เช่น การนวดหน้า, การขัดหน้า, หรือเช็ดถูหน้าบ่อยๆ มือไม้ไม่อยู่สุขชอบจับ แคะ แกะ เกา หรือการบีบสิววิธีรักษาสิวผด

-ล้างหน้าเฉพาะที่จำเป็น หรือบริเวณที่ผิวมัน

เพราะการล้างหน้าบ่อยๆ จะทำให้สิวผดรุนแรงมากขึ้นได้

-ลด หรือหลีกเลี่ยง การใช้ครีมหรือยาที่ทำให้ผิวหน้าระคายเคืองมากขึ้น

เช่น การใช้ยารักษาสิวประเภท Retinoic Acid, Benzoyel Peroxide AHA, BHA เป็นต้น

-ควรล้างหน้าด้วยน้ำเปล่า, หลีกเลี่ยงการใช้สบู่ และไม่ควรใช้น้ำอุ่นล้างหน้า และควรล้างหน้าไม่เกิน 2-3 ครั้งต่อวัน

-เลี่ยงแสงแดด และใช้ครีมกันแดดทุกครั้งที่ต้องออกนอกบ้าน

ควรเลือกกันแดดที่มี SPF 30 และมีค่า PA++

-ไม่ควรซื้อยารักษาผดผื่นเอง เพราะมักทำให้เป็นมากขึ้น และยาที่หาซื้อได้จากร้านขายยา

มักเป็นสารจำพวกสเตียรอยด์ ซึ่งมีผลข้างเคียงมาก

-ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังที่มีความชำนาญ เพื่อหาสาเหตุ และรักษาอย่างถูกต้องวิธีรักษาสิวผด.

เคล็ดลับลดความอ้วน มีวิธีการลดความอ้วนแบบเร่งด่วนแต่ปลอดภัย มีวิธีไหนกันบ้าง ในปัจจุบันมีวิธีการลดความอ้วนอย่างได้ผลง่ายๆ ที่สามารถทำได้ด้วยตัวคุณเอง โดยมีวิธีกว้างๆอยู่ 4 วิธี ได้แก่ เคล็ดลับลดความอ้วน.

%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99

 

เคล็ดลับลดความอ้วน

1. การควบคุมอาหาร (diet)

หลักการควบคุมอาหารเพื่อลดความอ้วนคือ การรับอาหารเข้าไปในร่างกายในปริมาณที่น้อยกว่าที่ร่างกายต้องการใช้ ทำให้ร่างกายเกิดการสลายพลังงานที่เก็บเอาไว้ในร่างกายออกมาใช้น้ำหนักจึงลดลง ซึ่งการลดน้ำหนักโดยวิธีนี้ต้องอาศัยความแน่วแน่ของจิตใจ เพราะถ้าไม่ตั้งใจจริงในการควบคุมอาหาร ผลสำเร็จที่ได้ก็จะลดลง แต่ไม่ควรที่จะใช้วิธีการอดอาหารอย่างเด็ดขาด เพราะจะทำให้ร่างกายขาดสารอาหารที่จำเป็น ควรเปลี่ยนมาเป็นการควบคุมปริมาณอาหารในแต่ละมื้อจะเป็นสิ่งที่ดีกว่า

2. การออกกำลังกาย (exercise)

การออกกำลังกายถือว่าเป็นหัวใจสำคัญในการลดน้ำหนัก เมื่อร่างกายใช้พลังงานมากกว่าปริมาณอาหารที่ได้รับ ร่างกายจะนำไขมันส่วนเกินที่เก็บสะสมเอาไว้มาเปลี่ยนเป็นพลังงานในการออกกำลังกายทำให้น้ำหนักลดลง การออกกำลังกายยังมีผลดีในระยะยาว ทำให้สุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจดีขึ้น ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ววิธีลดน้ำหนักโดยการออกกำลังกายมักที่จะทำควบคู่ไปกับการควบคุมอาหาร ซึ่งการออกกำลังอย่างได้ผล ควรจะใช้เวลาในการออกกำลังกายประมาณ 30-60 นาที ต่อครั้ง สัปดาห์ละ 3-5 ครั้ง

3. เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเคล็ดลับลดความอ้วน

เป็นการเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเอง โดยความสำเร็จในการลดน้ำหนักจะขึ้นอยู่กับความตั้งใจว่ามีความแน่วแน่มากน้อยเพียงใด โดยเริ่มจากการลดละเลิก นิสัยการชอบกินแบบจุกจิก ชอบทานขนมก่อนนอน ชอบทานอาหารมันๆ พฤติกรรมเหล่านี้ถือว่าไม่เหมาะสม จำเป็นที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม โดยพยายามเปลี่ยนมาเป็นการทานอาหารเฉพาะมื้อหลัก พร้อมกับงดอาหารว่างระหว่างมื้อ และที่สำคัญคือ ต้องหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันเป็นจำนวนมาก

4. การใช้ผลิตภัณฑ์ช่วยลดความอ้วน

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันการที่จะทำตามขั้นตอนวิธีการลดน้ำหนักในข้างต้นถือว่าเป็นสิ่งที่ลำบากมากขึ้น เนื่องจากในหนึ่งวันที่ต้องมีความเร่งรีบในการใช้ชีวิต ทั้งการทำงาน การเรียน การแบ่งเวลาว่างเพื่อไปออกกำลังกายกลายเป็นสิ่งที่ยุ่งยาก แม้แต่การรับประทานอาหารในแต่ละมื้อเองก็ต้องเร่งรีบขาดความพิถีพิถัน บางคนเองก็ทำงานจนนอนดึกดื่นเป็นประจำจนไม่สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมการกินที่ไม่เหมาะสมได้สำเร็จ

สำหรับผู้ที่ไม่สามารถทำตามวิธีการลดน้ำหนักดังที่ได้แนะนำไปแล้วในข้างต้น คงพยายามมองหาทางเลือกอื่นที่ง่ายกว่าสะดวกกว่าในการลดน้ำหนักอย่างได้ผล คือการใช้ผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนักนั่นเอง

ต้องรู้…ก่อนลดน้ำหนัก

หลักการง่ายๆ ที่เราเน้นกันบ่อยๆ ครับ ถ้าต้องการควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้เปลี่ยนแปลง คุณควรรับประทานอาหารที่มีปริมาณแคลอรีเท่ากับที่ใช้ออกไปในแต่ละวัน น้ำหนักตัวที่ได้ก็จะมีค่าคงที่ ในกรณีที่ต้องการให้น้ำหนักตัวลดลง จำเป็นต้องใช้พลังงานออกไปมากกว่าการได้รับพลังงานเข้ามาเคล็ดลับลดความอ้วน

ในทางตรงข้ามถ้ารับประทานอาหารเข้าไปมากเกินความต้องการของร่างกาย พลังงานหรือแคลอรีส่วนเกินจะถูกเก็บสะสมในรูปของไขมัน พบว่าการเผาผลาญไขมัน 0.45 กิโลกรัม (1 ปอนด์) จำเป็นต้องใช้พลังงานถึง 3,500 แคลอรีโดยประมาณเชียวครับ

การลดน้ำหนักให้ได้ผล ควรประกอบไปด้วย 3 วิธีดังนี้

1. ลดปริมาณอาหารหรือแคลอรีที่รับประทานเข้าไปให้ต่ำกว่าปกติ แต่รักษาระดับของการทำกิจกรรมหรือออกกำลังกายให้คงที่

2. รักษาระดับของอาหารหรือแคลอรีที่รับประทานเข้าไปให้คงที่ แต่เพิ่มการใช้พลังงานมากขึ้นกว่าปกติ

3. ปริมาณอาหารหรือแคลอรีที่รับประทานเข้าไปลง และเพิ่มการใช้พลังงานมากขึ้นในแต่ละวัน

ข้อควรจำ : น้ำหนักที่เหมาะสมในการลดน้ำหนักควรอยู่ระหว่าง 0.45-0.90 กิโลกรัม (1-2 ปอนด์) ต่อสัปดาห์ จะไม่มีผลต่อการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ และไม่ทำให้ร่างกายเกิดความเครียดมากเกินไปเคล็ดลับลดความอ้วน.

วิธีการลดความอ้วน วิธีการลดความอ้วนแบบเร่งด่วนแต่ปลอดภัย มีวิธีไหนกันบ้าง วิธีการลดความอ้วน.

%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99

วิธีการลดความอ้วน อย่างได้ผลและปลอดภัย

ในปัจจุบันมีวิธีการลดความอ้วนอย่างได้ผลง่ายๆ ที่สามารถทำได้ด้วยตัวคุณเอง โดยมีวิธีกว้างๆอยู่ 4 วิธี ได้แก่วิธีการลดความอ้วน

1. การควบคุมอาหาร (diet)

หลักการควบคุมอาหารเพื่อลดความอ้วนคือ การรับอาหารเข้าไปในร่างกายในปริมาณที่น้อยกว่าที่ร่างกายต้องการใช้ ทำให้ร่างกายเกิดการสลายพลังงานที่เก็บเอาไว้ในร่างกายออกมาใช้น้ำหนักจึงลดลง ซึ่งการลดน้ำหนักโดยวิธีนี้ต้องอาศัยความแน่วแน่ของจิตใจ เพราะถ้าไม่ตั้งใจจริงในการควบคุมอาหาร ผลสำเร็จที่ได้ก็จะลดลง แต่ไม่ควรที่จะใช้วิธีการอดอาหารอย่างเด็ดขาด เพราะจะทำให้ร่างกายขาดสารอาหารที่จำเป็น ควรเปลี่ยนมาเป็นการควบคุมปริมาณอาหารในแต่ละมื้อจะเป็นสิ่งที่ดีกว่า

2. การออกกำลังกาย (exercise)วิธีการลดความอ้วน

การออกกำลังกายถือว่าเป็นหัวใจสำคัญในการลดน้ำหนัก เมื่อร่างกายใช้พลังงานมากกว่าปริมาณอาหารที่ได้รับ ร่างกายจะนำไขมันส่วนเกินที่เก็บสะสมเอาไว้มาเปลี่ยนเป็นพลังงานในการออกกำลังกายทำให้น้ำหนักลดลง การออกกำลังกายยังมีผลดีในระยะยาว ทำให้สุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจดีขึ้น ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ววิธีลดน้ำหนักโดยการออกกำลังกายมักที่จะทำควบคู่ไปกับการควบคุมอาหาร ซึ่งการออกกำลังอย่างได้ผล ควรจะใช้เวลาในการออกกำลังกายประมาณ 30-60 นาที ต่อครั้ง สัปดาห์ละ 3-5 ครั้ง

3. เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม

เป็นการเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเอง โดยความสำเร็จในการลดน้ำหนักจะขึ้นอยู่กับความตั้งใจว่ามีความแน่วแน่มากน้อยเพียงใด โดยเริ่มจากการลดละเลิก นิสัยการชอบกินแบบจุกจิก ชอบทานขนมก่อนนอน ชอบทานอาหารมันๆ พฤติกรรมเหล่านี้ถือว่าไม่เหมาะสม จำเป็นที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม โดยพยายามเปลี่ยนมาเป็นการทานอาหารเฉพาะมื้อหลัก พร้อมกับงดอาหารว่างระหว่างมื้อ และที่สำคัญคือ ต้องหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันเป็นจำนวนมาก

4. การใช้ผลิตภัณฑ์ช่วยลดความอ้วน

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันการที่จะทำตามขั้นตอนวิธีการลดน้ำหนักในข้างต้นถือว่าเป็นสิ่งที่ลำบากมากขึ้น เนื่องจากในหนึ่งวันที่ต้องมีความเร่งรีบในการใช้ชีวิต ทั้งการทำงาน การเรียน การแบ่งเวลาว่างเพื่อไปออกกำลังกายกลายเป็นสิ่งที่ยุ่งยาก แม้แต่การรับประทานอาหารในแต่ละมื้อเองก็ต้องเร่งรีบขาดความพิถีพิถัน บางคนเองก็ทำงานจนนอนดึกดื่นเป็นประจำจนไม่สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมการกินที่ไม่เหมาะสมได้สำเร็จวิธีการลดความอ้วน.

 

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี หากเราได้รับ วิตามินซี น้อยกว่าที่ร่างกายควรจะได้รับ ก็จะเกิดลักปิดลักเปิด ซึ่งจะยิ่งรุนแรงมากขึ้นหากขาดอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานและไม่ต้องกังวัลว่าจะได้รับมากเกินไป เนื่องจาก วิตามินซี สามารถละลายน้ำได้ดี หากร่างกายไม่ได้ใช้ก็จะมีการขับออกมาได้ทางปัสสาวะ อีกทั้งยังไม่เคยมีรายงานเกี่ยวกับพิษที่เกิดจากการรับประทาน วิตามินซี แม้จะรับประทานในปริมาณที่สูงกว่า 6,000 – 18,000 มิลลิกรัม วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี.

%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b5-%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี ข้อปฏิบัติในการรับประทานเพื่อประโยชน์สูงสุด

-เพื่อให้ได้ผลดีที่สุดควรพิจารณารับประทานร่วมกับสารต้านอนุมูลอิสระตัวอื่นๆ เช่น วิตามินอี ฟลาโวนอย จะไปช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ วิตามินซี

-เพื่อสุขภาพทั่วไป ควรรับประทานอย่างน้อย 500 มิลลิกรัมต่อวันวิตามินซี ยี่ห้อไหนดี

-สำหรับการรับประทานเพื่อการรักษาหรือการป้องกัน ควรรับประทาน 1,000 – 6,000 มิลลิกรัม ขึ้นกับโรคแต่ละชนิด

-การรับประทานไม่จำเป็นต้องรับประทานในครั้งเดียวต่อวัน สามารถแบ่งรับประทานเป็นหลายๆ ครั้งต่อวัน

-การรับประทาน วิตามินซี ไม่จำเป็นต้องรับประทานพร้อมอาหาร หรือทานอาหารก่อนการรับประทานวิตามินซี ยี่ห้อไหนดี

-ยังไม่มีรายงานว่า วิตามินซี ชนิดพิเศษพวก Esterifies วิตามินซี จะให้ผลดีกว่าวิตามินซีแบบธรรมดา

ข้อควรระวัง

-การรับประทานในปริมาณสูงๆ อาจจะมีผลต่อการดูดซึมแร่ธาตุอื่นๆ เช่น Copper Selenium

-การรับประทานในปริมาณสูงๆ อาจจะมีผลต่อการผิดพลาดของผลตรวจระดับน้ำตาลในปัสสาวะได้

-วิตามินซี ทำให้การดูดซึมธาตุเหล็กได้ดี จึงอาจจะเกิดภาวะได้รับธาตุเหล็กเกินวิตามินซี ยี่ห้อไหนดี.

อาหารลดน้ําหนัก 7 วัน ผู้หญิง วันนี้ ขอนำเสนอ 12 วิธีการลดไขมันส่วนเกิน สลายไขมัน กำจัดส่วนเกิน กระชับหุ่นสวย มานำเสนอคุณสาวๆ อาหารลดน้ําหนัก 7 วัน ผู้หญิง.

%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b9%8d%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81-7-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89
อาหารลดน้ําหนัก 7 วัน ผู้หญิง วิธีการสลายไขมันส่วนเกิน กระชับสัดส่วน

1. เริ่มต้นจากการรับประทานอาหารที่มีแคลอรี่รวมต่อวัน ต่ำกว่าปริมาณพลังงานที่คุณใช้ไปในแต่ละวัน ซึ่งเป็นสมการง่ายๆ ที่จะช่วยให้รูปร่างของคุณสมส่วนเข้าที่ได้อย่างรวดเร็วอาหารลดน้ําหนัก 7 วัน ผู้หญิง

นั่นคือ แคลอรี่รวมต่อวัน ต้องน้อยกว่าที่คุณใช้ไปทั้งหมด เพื่อที่ร่างกายจะได้ใช้ไขมันสะสมส่วนเกินให้หมด หรือ แคลอรี่ที่ได้รับรวมต่อวัน น้อยกว่า ปริมาณพลังงานที่ใช้ไป จะเท่ากับ การขจัดปริมาณพลังงานสะสมส่วนเกิน

2. แบ่งอาหารประจำวันออก เป็นมื้อย่อยๆ สัก 3-5 มื้อเล็กๆ ต่อวัน โดยสัดส่วนของอาหารมื้อกลางวัน และมื้อเย็นควรมีปริมาณผักและผลไม้ ซีเรียล และผลิตภัณฑ์จากธัญพืชอื่นๆ ประมาณ 3 ใน 4 ส่วนของอาหารทั้งหมด

3. เลือกรับประทานอาหาร ที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกาย เท่าที่จำเป็นเท่านั้น และพยายามเลือกรับประทานอาหารให้หลากหลายชนิด เช่น ธัญพืชต่างๆ เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน เนื้อปลา รวมถึงผักและผลไม้สด

4. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหาร ที่ผ่านการปรุงด้วยการใช้น้ำมัน ในปริมาณมากๆ เช่น การทอด หรือการผัด แค่ควรเน้นไปที่อหารต้มนึ่ง หรือย่างมากกว่า

5. พยายามขจัดไขมันส่วนเกิน ที่คุณมองเห็นในอาหารออกให้หมดก่อนลงมือรับประทาน เช่น การลอกหนังสัตว์ออก หรือ ซับน้ำมันส่วนเกินออกก่อน

รวมทั้ง ต้องไม่เพิ่มปริมาณไขมันเข้าไปในอาหารอีก เช่น การทาเนย มาการีน หรือเติมนมข้นหวาน เป็นต้น

6. รับประทานอาหารช้าๆ ใช้เวลาต่อคำ ในการเคี้ยวให้มากขึ้น และใส่ใจกับปริมาณอาหาร ที่รับประทานตรงหน้าให้มาก และ

ห้ามเด็ดขาด กับการรับประทานอาหาร หรือขนมขบเคี้ยวหน้าโทรทัศน์ ก็จะเป็นอีกเทคนิคหนึ่ง ที่จะช่วยให้คุณสามารถอิ่มได้เร็วขึ้น และจะไม่บริโภคอาหารเกินความต้องการของร่างกาย

7. ไม่ต้องฝืนใจทนตัดของโปรดคุณออกจากเมนูอาหารทั้งหมดก็ได้ แต่ขอให้เลือกรับประทานอาหารเหล่านี้ ในปริมาณที่น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ไม่ว่าจะเป็นพิซซ่า ลูกอม หรือคุกกี้ เป็นต้นอาหารลดน้ําหนัก 7 วัน ผู้หญิง

8. เตรียมของว่างที่มีประโยชน์ไว้ให้พร้อมหยิบรับประทานเสมอ เช่น แครอทสด ฝานบางๆ แช่เย็น หรือแอปเปิ้ลกรอบฉ่ำน้ำ เป็นต้น แต่เก็บของว่าง เพิ่มแคลอรี่ให้พ้นหูพ้นตา และพ้นมือให้หมด

แก้การกินจุกจิก

9. ดื่มน้ำสะอาดให้มากๆ โดยเฉพาะการดื่มน้ำก่อนการรับประทานอาหาร

10. จำกัดปริมาณเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน รวมทั้งปริมาณของเกลือและน้ำตาลด้วย

11. รับประทานอาหารเมื่อคุณรู้สึกหิวจริงๆ เท่านั้น เลือกที่จะฟังสัญญาณจากร่างกาย มากกว่าสัญญาณทางอารมณ์และจิตใจ ที่คุณอาจเลือกรับประทานเพียงเพราะแค่ความอยาก และต้องการรับประทานอะไรเพิ่มเติมอีกสักอย่าง สองอย่าง

12. เพิ่มการออกกำลังกายให้มากขึ้น และสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละไม่ต่ำกว่า 30 นาที ทั้งนี้ คุณอาจจะเสริมเพิ่มกิจกรรมพิเศษๆ เข้าไป เพื่อให้ร่างกายได้ใช้พลังงานส่วนเกินอย่างเต็มที่อาหารลดน้ําหนัก 7 วัน ผู้หญิง.